วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รับมือ อาหารขึ้นรา เน่าเสีย หน้าฝน

                    หน้า ฝน ความชื้นในอากาศ มักก่อปัญหากับอาหารแห้งที่เก็บไว้ ทำให้ขึ้นรา เน่าเสีย และมีกลิ่นอับชื้น อาจารย์ขนิษฐา พูนผลกุล ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มีวิธีรับมือง่ายๆ มาฝากค่ะ

          หอมและกระเทียม ไวต่อความชื้นและเชื้อรา หากเก็บไว้ในตะกร้าโปร่งที่อากาศถ่ายเทสะดวกแล้วยังไ ม่ได้ผล ลองเก็บใส่ถุงพลาสติก (ถุงเย็น) มัดปากถุงให้แน่น หรือใช้ถุงซิปล็อก ก่อนนำเข้าตู้เย็น หยิบใช้ตามสะดวก รับรองเชื้อราไม่มากล้ำกราย

          พริกไทย มีปริมาณน้ำในแต่ละเม็ดน้อยมาก จึงไม่ค่อยเป็นรา การเก็บในโหลแก้วมิดชิดก็เพียงพอ ส่วนพริกไทยป่น ควรบดเก็บแต่น้อยในขวดที่แห้งสนิทและปิดมิดชิดเช่นกัน

          เกลือและน้ำตาล ใส่ในขวดโหลปิดฝาให้สนิทกันมดแมลง ขณะใช้งานไม่ควรใช้ช้อนเปียกหรือชื้นตัก เพราะจะทำให้น้ำตาลหรือเกลือจับเป็นก้อน ส่วนน้ำตาลไอซิ่งให้โรยแป้งข้าวโพดลงไปเล็กน้อย เพื่อช่วยดูดความชื้น ก่อนเก็บในขวดแห้งและสะอาด

          กุ้งแห้ง ส่วนใหญ่มักใส่สีให้น่ากิน ก่อนเก็บควรล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปต้ม พอเดือดใส่เกลือเล็กน้อย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำแล้วนำมาคั่วให้แห้ง เก็บใส่ถุงซิปล็อกในช่องฟรีซ กุ้งจะสะอาดปราศจากสารปนเปื้อนและเก็บได้นานเป็นปี

          ข้าวสาร ยุคข้าวสารแพงอย่างนี้ เเนะนำให้ซื้อแบบแพ็กสุญญากาศ นำมาเก็บในถังพลาสติกปิดสนิทจะสะอาดปลอดภัยกว่า หากข้าวสารมีมอด แมลง ให้นำข้าวใส่ถุง แช่ช่องฟรีซสัก 2-3 วัน เพื่อกำจัดแมลง ก่อนนำมาล้างและหุงตามปกติ

ที่มา: จันทร์เจ้าขาดอตคอม

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อากาศร้อนเสี่ยงทำดวงตาป่วย


ในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อน อวัยวะที่มีความอ่อนไหวที่สุดคือ ดวงตา ประชาชนจึงไม่ควรที่จะลืมดูแลและถนอมดวงตา
เพราะ อากาศที่ร้อน แห้ง จะทำให้ตามีอาการแห้ง เคืองตา แสบตาและปวดตาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ผู้ที่มีโรคเยื่อบุตาขาวอักเสบจากภูมิแพ้ และผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะส่งผลให้มีอาการตาแห้ง อักเสบมากขึ้น นอกจากนี้ อากาศร้อน เหงื่อจะออกมากว่าปกติ ซึ่งคนส่วนใหญ่ถ้าเหงื่อไหลบนใบหน้า หรือไหลเข้าตาจะใช้มือเช็ดเหงื่อ เป็นสิ่งที่ต้องระวัง หากมือไม่สะอาดเกิดการอักเสบที่ตาได้ง่าย เช่น หนังตาอีกเสบ โรคตากุ้งยิง
วิธี การป้องกันไม่ให้เกิดอาการดังกล่าวจะต้องให้ดวงตาชุ่มชื้น มีน้ำในดวงตาตลอดเวลา ด้วยการดื่มน้ำมากๆ จากปกติที่ดื่มน้ำสะอาด 8-10 แก้วหรือประมาณ 3 ลิตรหากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต ก่อนออกแดดควรดื่มน้ำ 1-2 แก้วสวมแว่นกันแดด ที่สามารถป้องกันแสงยูวีได้ใส่หมวกแก๊ป หรือกางร่มเมื่อต้องออกกลางแดด วิธีการเหล่านี้จะช่วยป้องกันแสงแดดและลดการสูญเสียน้ำจากดวงตาได้ ฺ
"ดวง ตาไม่เหมือนอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายที่มีการป้องกันไม่ให้สัมผัสโดนแสงแดดโดยตรง เช่น หัวมีหนังศรีษะและผมคอยป้องกัน ผิวหนังก็สามารถหาเสื้อผ้ามาสวมใส่กันแสงแดดได้ ส่วนดวงตามีเพียงหนังตาที่คอยหลับกันความร้อนเท่านั้น แต่ปกติตาจะต้องเปิดอยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ตลอดเวลา จะป้องกันได้เฉพาะช่วงที่ตากระพริบที่จะเกิดขึ้นราว 5-6 วินาทีต่อครั้งเพื่อให้น้ำตาได้เคลือบดวงตา"



ที่มา : นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

กินเยอะ สมองเสื่อม



กินเยอะ  สมองเสื่อม

           มีข่าวล่าจาก Mayo Clinic USA มาเล่าสู่กันฟัง เพราะเพิ่งมีผลวิจัยชี้ว่า คนที่ชอบกินแบบจัดหนักจัดเต็มทุกมื้อ เสี่ยงสมองเสื่อมเมื่อชราได้
           จากการทดสอบทางจิตเวชอันเป็นสัญญาณชี้วัดเบื้องต้นของอาการสมองเสื่อมจนนำไป สู่อัลไซเมอร์ได้นั้น พบว่า กลุ่มตัวอย่างวัยชราที่กินอาหารแคลอรีสูงเป็นประจำเทียบกับกลุ่มที่กินอาหาร แคลอรีต่ำถึงปานกลางนั้น มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมมากกว่าปกติสองเท่าเชียวละ
             แม้ปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมจะมีหลายสาเหตุ แต่งานวิจัยนี้ก็ทำให้เราทราบว่าอาหารดีๆ ที่มีแคลอรีต่ำนั้นช่วยลดโอกาสเป็นอัลไซเมอร์เมื่อแก่ได้อีกทางหนึ่ง ฉะนั้น ก่อนถึงวันที่วัยล่วงเข้าสู่คำว่าชรา มาชะลอชราให้แก่สมองด้วยการกินอาหารแคลอรีต่ำร่วมกับการออกกำลังกายประจำกัน ดีกว่า จะได้เป็นคนชราที่สมองปิ๊งอยู่เสมออย่างไร

ที่มา  http://health.giggog.com

เกร็ดความรู้ อาหารดับเครียด


  • กล้วย มี ทริปโตเฟน ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดีขึ้น นอกจากนี้ วิตามินบี6 ยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดมีผลไปถึงภาวะทางอารมณ์ด้วยเช่นกัน
  • วอลนัต นอกจากเป็นแหล่งที่ดีของโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งต้านมะเร็งแล้ว ผลวิจัยยังพบว่า มีผลต่ออารมณ์ และอัตราการลดลงของภาวะซึมเศร้า
  • เมล็ดทานตะวัน อุดม ไปด้วยโฟเลต และแมกนีเซียม ที่มีบทบาทในการควบคุม และส่งเสริมระดับอารมณ์ คลายความวิตกกังวล หงุดหงิด ซึมเศร้า ทั้งนี้ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า แมกนีเซียม เป็นประโยชน์ในการรักษาโรคซึมเศร้า แนวโน้มความวิตกกังวล หงุดหงิด รวมถึงอาการนอนไม่หลับ
  • ดาร์คช็อกโกแลต ช่วย กระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน นอกจากนี้ ยังมีทริปโตเฟนซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญ ทำหน้าที่ควบคุมเซโรโทนินสารสื่อ ประสาทที่ควบคุมอารมณ์ เมื่อร่างกายขับเซโรโทนินออกมา จะช่วยให้ผ่อนคลายความวิตกกังวล
  • ไข่ พบว่า สารอาหารหลายชนิดมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน ช่วยเสริมสร้างความจำ และบรรเทาอาการของภาวะซึมเศร้าได้ด้วย                                                                                            
  • ที่มา  www.sakid.com

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อาหารชนิดใด ใช้เวลาย่อยนานที่สุด?




             แต่ละมื้อที่เรากินไปบางคนอาจจะไม่รู้ว่ากว่าอาหารจะย่อยเนี่ยต้องใช้เวลากี่นาที หรือเป็นชั่วโมง วันนี้เรามาดูกันว่า ของโปรดเราที่กินกันทุกวันเนี่ยเป็นอาหารที่ย่อยยากรึเปล่า



30 นาที        น้ำ กาแฟ และแกงจืด
1 ชั่วโมง       ขนมปังขาว โยเกิร์ต นม ผลิตภัณฑ์นม และผลไม้ที่ให้สุกด้วยการหุงต้ม2 ชั่วโมง       ผลไม้ ผัก มันผรั่งบด ปลาไขมันต่ำ
3 ชั่วโมง       ครัวซองต์ ขนมปังโฮสวีต   
4-7 ชั่วโมง   เนื้อหมู ของทอด เห็ด ผลไม้เปลือกแข็ง
8-9 ชั่วโมง   ขาหมู ผักกะหล่ำ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  และ  http://health.kapook.com
 

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

100 เมนูต้องกินก่อนตาย' ไทยติดโผเพียบ

เผย "100 สิ่งที่ควรกินก่อนตาย" ที่ได้จากผลสำรวจในเฟสบุ๊ค พบอาหารไทยโผติดเพียบ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าจากการจัดทำแบบสอบถามในเว็บไซต์สังคมออ นไลน์ "เฟสบุ๊ค" ในหัวข้อ "100 สิ่งที่ควรกินก่อนตาย" โดยอาหารส่วนใหญ่ที่ติดโผ 100 อันดับ เป็นเมนูแปลกและถึงขั้นพิสดาร แต่บางเมนูกลับมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาทิ เนื้อจระเข้ จิงโจ้ ฉลาม กระรอก และงู เป็นต้น นอกจากนี้ เมนูอาหารยอดนิยมของไทย ยังติดโผด้วย อาทิ ส้มตำ ต้มยำ ทุเรียน กล้วยทอด เป็นต้น รวมไปถึงอาหารอื่นๆ ที่หาทานได้ง่ายในประเทศไทยด้วย
สำหรับ 100 สิ่งที่ควรกินก่อนตาย ที่ติดอันดับมีดังนี้ 1. หอยเป๋าฮื้อ 2. แอบซีนธ์ 3. เนื้อจระเข้ 4. บาบา กาโนช - มะเขือม่วงเผาสับปรุงรส 5. บาเกลและล็อกซ์ - ขนมปังโปะแซลมอนรมควัน 6. บาคลาวา - พายถั่ว 7. ซี่โครงย่างบาร์บีคิว 8. เบลลินี - ค็อกเทลชนิดหนึ่งของเวนิช 9. ซุปรังนก 10. บิสกิตและเกรวี 11. ไส้กรอกดำทำจากเลือดสัตว์ อาทิ หมู ไก่ 12. เห็ดทรัฟเฟิลดำ 13. บอร์สช์ - ซุปบีทรูทของรัสเซีย 14. คาลามารี - เมนูปลาหมึกของอิตาลี 15. ปลาคาร์ป 16. คาร์เวียร์ 17. ชีสฟองดู 18. เมนูไก่และวอฟเฟิล 19. ติ๊กก้า มาซาลา - แกงไก่อินเดีย 20. ชิลลี เรลเลโน เมนูพริกยัดไส้ที่เหลือตามไปหาอ่านเอาเองจ้า

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

อาหารอันตรายที่ต้องระวัง !!!


อันตรายจากอาหาร ที่ต้องระวัง
อาหารนั้นมีดีและไม่ดีมีทั้งโทษและมีทั้งคุณประโยชน์มากมาย ฉะนั้นเราควรจะเลือกรับประทานอาหาร แต่ละอย่างให้ถูกต้องและถูกวิธี แต่อย่างไรก็ตามอันตรายจากอาหารที่อาจจะเกิดกับคุณได้ทุกเมื่อและเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ได้ ฉะนั้นเราควรจะมาทำความรู้จักกับ อันตรายจากอาหาร ว่ามีอะไรบ้างและเป็นประเภทใดบ้างที่จะส่งผลต่อร่างกายของคนเราให้ทำงานได้ ไม่ปกติหรือทำให้เราเกิดความเจ็บป่วยได้

อันตรายจากอาหาร
มันฝรั่งทอดและคุกกี้ รวมทั้งขนมเค้ก มีกรด Trans Fat สูง ซึ่งมันจะเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในเลือด ลดไขมันชนิดดี (HDL) และมันจะไปสะสมในผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดอุดตันและเพิ่มความเสี่ยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
กาแฟ การ ดื่มกาแฟมากเกินไปอาจทำให้ใจสั่น ว้าวุ่น อาเจียน หัวใจเต้นผิดปกติ และมีปัญหาเกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร หากใครดื่มกาแฟมากเกินไปเป็นประจำแล้วเลิกดื่มทันทีอาจทำให้ปวดศีรษะ นอกจากนี้ในชาและโกโก้ก็มีสารชนิดเดียวกับกาแฟ
ธัญพืช หากใครที่มีปัญหากับการย่อยโปรตีน Gluten ก็จะมีปัญหากับการย่อยธัญพืชซึ่งมีโปรตีนที่ว่านี้ คือ ร่างกายจะทำปฏิริยากับโปรตีน Gluten จนทำให้ท้องเสีย และหากไม่หลีกเลี่ยงการกินโปรตีนที่ว่านี้ก็อาจก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน ต่อมธัยรอยด์อักเสบ เบาหวาน และโรคซึมเศร้า  

ถั่วดิบ อาจมีพิษซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ได้ หากกินถั่วดิบมากเกินไปอาจทำให้เซลล์ตายได้ แต่ถ้าถั่วผ่านการหุงต้มให้สุกก็จะทำลายสารพิษที่ว่านี้ได้
น้ำผึ้ง ไม่ควรให้ทารกกินน้ำผึ้งเพราะในการคั้นน้ำผึ้งอาจมีแบคทีเรียติดค้างซึ่งจะ เป็นอันตรายต่อทารก ทำให้ลำไส้อุดตันและอาจเข้าไปในระบบเลือดส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน
 
ลูกอมแก้ไอ ยาอมแก้ไอมีน้ำมันหอมระเหยหากกินในปริมาณมากอาจทำให้รู้สึกคลื่นเหียน อาเจียน และมีปัญหากับไต หรือหากมีเมนธอลมากเกินไปจะมีผลกับกล้ามเนื้อหัวใจทำให้หัวใจห้องบนเต้นผิด จังหวะ
มันฝรั่งกรุบกรอบ
การผลิตมันฝรั่งกรุบกรอบทำให้เกิดสาร Acrylamide ทั้งนี้ ยังมีการทดลองกันยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่ามันมีผลกับพันธุกรรมมากแค่ไหน แต่จากการทดลองกับสัตว์พบว่ามันกระตุ้นให้เกิดมะเร็งโดยเฉพาะเมื่อกินใน ปริมาณมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต